<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><rss xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' version='2.0'><channel><atom:id>tag:blogger.com,1999:blog-3010676209529865573</atom:id><lastBuildDate>Sat, 08 Aug 2009 06:14:50 +0000</lastBuildDate><title>อีคอมเมิร์ซ</title><description>อีคอมเมิร์ซ, Thai Ebay &amp; Thai Adsense</description><link>http://th.ambatch.com/blog.html</link><managingEditor>noreply@blogger.com (Kelvin Hui)</managingEditor><generator>Blogger</generator><openSearch:totalResults>14</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>25</openSearch:itemsPerPage><item><guid isPermaLink='false'>tag:blogger.com,1999:blog-3010676209529865573.post-8566131390497849861</guid><pubDate>Wed, 30 May 2007 18:51:00 +0000</pubDate><atom:updated>2007-05-31T02:51:20.928+08:00</atom:updated><title>E-commerce การเปลี่ยนแปลงอีคอมเมิร์ซ</title><description>วันเวลาผ่านไปเร็วสำหรับในการค้าขายบนอีเบย์ จากต้นปี ตอนนี้ก็ใกล้เข้ามาถึงกลางปี 2007 อาจจะเกิดอะไรขึ้นบ้างกับผู้ขายบนอีเบย์หลังกลางปีนี้ไป โดยผมจะสรุปเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้น โดยมีดังต่อไปนี้&lt;br /&gt;1. ผู้ขายคนไทยแตะหลักหมื่นคน - จากต้นปี 2550 ที่ได้มีการเติบโตการลงสินค้าที่มาจากเมืองไทย เคยพุ่งทะลุไปแตะถึง 180,000 ชิ้น ทำให้คาดเดาได้เลยว่ามีผู้ขายหน้าใหม่ เข้ามาขายบนอีเบย์กันมากขึ้น ดังนั้นการแข่งขันในบนอีเบย์จึงดุเดือดขึ้นแน่นอน&lt;br /&gt;2. ตัดราคาเพื่อความอยู่รอด - ปัญหายอดฮิตบนอีเบย์ ผู้ขายหน้าใหม่ก็จำเป็นต้องตัดราคา เพื่อให้ขายสินค้าได้ สำหรับผู้ขายที่ขายอยู่แล้วนั้นก็ต้องปรับกลยุทธ เพื่อรักษาระดับในการขายสินค้าให้มั่นคงมากที่สุด&lt;br /&gt;3. ของเก่าและพระเครื่องร้อนแรง - จากสถิติที่ผมได้เช็คมาตลอดเวลา ตอนนี้ได้มีผู้ขายคนไทยมากมาย เริ่มหันนำสินค้าพวกของเก่า พระเครื่อง อย่างปัจจุบันเช่น จาตุคาม นั้นมาลงประมูล ซึ่งก็สามารถทำกำไรได้เป็นกอบเป็นกำ&lt;br /&gt;4. ขายของผิดกฎกันมากขึ้น - ยังมีผู้ขายคนไทยมากมายที่ได้นำสินค้าผิดกฎที่ละเมิดลิขสิทธิ์นั้น ขึ้นไปขายอย่างต่อเนื่องจนทำให้ ผู้ขายหน้าใหม่หลายคนนั้น หันมาจับสินค้ากลุ่มนี้ไปขาย จนมีหลายคนนั้นถูกอีเบย์และ PayPal แบนมาแล้วหลายราย ซึ่งก็มีคนมาสอบถามผมเยอะ เกี่ยวกับว่าสามารถขายของแบรนด์เนมหรือของพวกลิขสิทธิ์ได้หรือไม่ ดังนั้นผมสรุปให้สำหรับผู้ขายหน้าใหม่นั้น แนะนำให้ขายของที่ถูกกฎดีที่สุดครับ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3010676209529865573-8566131390497849861?l=th.ambatch.com%2Fblog.html'/&gt;&lt;/div&gt;</description><link>http://th.ambatch.com/2007/05/e-commerce_31.html</link><author>noreply@blogger.com (Chitsakon)</author></item><item><guid isPermaLink='false'>tag:blogger.com,1999:blog-3010676209529865573.post-7563863939526801204</guid><pubDate>Sat, 26 May 2007 07:22:00 +0000</pubDate><atom:updated>2007-05-26T15:22:41.912+08:00</atom:updated><title>เทคนิค อีคอมเมิร์ซ E-Commerce</title><description>นี่เป็นคำแนะนำแบบ Step-by-Step ในการใช้ e-book เพื่อส่งเสริมธุรกิจของคุณให้เป็นที่รู้จักในหมู่นักออนไลน์หลายพันรายอย่างรวดเร็ว&lt;br /&gt;คนใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลกที่มีกว่า 1 พันล้านคน ส่วนใหญ่จะใช้เพื่อการค้นหาข้อมูลเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นการหาข้อมูลบริการด้านการเงิน ข้อมูลด้านการรักษาพยาบาล ตรวจสอบข้อมูลที่อยู่อาศัย การกู้ยืม พูดคุยกับเพื่อนๆ หรือจะค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและบริการ ไม้เว้นแม้แต่การค้นหาข้อมูลเพื่อจะมาเป็นคำตอบของทุกคำถาม ทุกปัญหาที่ค้างอยู่ในใจ&lt;br /&gt;เพราะฉะนั้นสิ่งนี้มันมีความหมายกับคุณอย่างไร? จะทำให้คุณกลายเป็นผู้บริหารกิจการ? หรือจริงๆ แล้วมันกำลังจะบอกคุณว่า ข้อมูล คือ สินค้ายอดนิยมสุดฮิตที่สุด!&lt;br /&gt;ประโยชน์จากความต้องการข้อมูลอย่างท่วมท้น รุนแรง อย่างแรกก็คือ คุณต้องการเส้นทางที่ง่ายที่สุดเพื่อจะให้ได้ข้อมูลนั้นมา มีการกระจายข้อมูลที่ดี ที่สำคัญต้องมีความปลอดภัย ข้อมูลเชื่อถือได้ ไม่หลอกลวง ใน &lt;strong&gt;อีคอมเมิร์ซ&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;หลังจากที่หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-book ได้เข้ามาสร้างความสั่นสะเทือนให้กับวงการอินเทอร์เน็ต และคนรักการอ่านแล้ว แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า e-book จะเป็นเพียงเครื่องมือที่สมบูรณ์ที่สุดในการสร้างแพ็คเกจข้อมูลอันสูงค่า เพราะว่า e-book สามารถใช้งานได้ง่าย และส่วนใหญ่ก็เปิดให้คนที่สนใจโหลดไปอ่านได้ฟรี บวกกับว่าขบวนการสร้าง e-book ในเบื้องต้นนั้นไม่ได้มีค่าใช้จ่ายมากมายอะไร เป็นการลงแรงมากกว่า ฉะนั้นคุณจึงสามารถสร้างผลกำไรจาก e-book ได้ 100%&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3010676209529865573-7563863939526801204?l=th.ambatch.com%2Fblog.html'/&gt;&lt;/div&gt;</description><link>http://th.ambatch.com/2007/05/blog-post_26.html</link><author>noreply@blogger.com (Chitsakon)</author></item><item><guid isPermaLink='false'>tag:blogger.com,1999:blog-3010676209529865573.post-6905617961815744170</guid><pubDate>Wed, 16 May 2007 17:01:00 +0000</pubDate><atom:updated>2007-05-17T01:01:52.138+08:00</atom:updated><title>E-Commerce</title><description>&lt;strong&gt;     คือ การดำเนินธรุกิจการค้าหรือการซื้อขายบนระบบเครือข่ายอินเทอร์เนต โดยผู้ซื้อ (Customer) สามารถดำเนินการ  เลือกสินค้า คำนวนเงิน ตัดสินใจซื้อสินค้า โดยใช้วงเงินในบัตรเครดิต ได้โดยอัตโนมัติ ผู้ขาย (Business) สามารถนำเสนอสินค้า  ตรวจสอบวงเงินบัตรเครดิตของลูกค้า รับเงินชำระค่าสินค้า ตัดสินค้าจากคลังสินค้า และประสานงานไปยังผู้จัดส่งสินค้า  โดยอัตโนมัติ กระบวนการดังกล่าวจะดำเนินการเสร็จสิ้นบนระบบเครือข่าย Internet&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#3333ff;"&gt;ข้อดี&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;1.เปิดดำเนินการค้า 24 ชั่วโมง&lt;br /&gt;2.ดำเนินการค้าอย่างไร้พรมแดนทั่วโลก&lt;br /&gt;3.ใช้งบประมาณลงทุนน้อย&lt;br /&gt;4.ตัดปัญหาด้านการเดินทาง&lt;br /&gt;5.ง่ายต่อการประชาสัมพัธ์โดย สามารถประชาสัมพันธ์ได้ทั่วโลก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;ข้อเสีย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;1.ต้องมีระบบรักษาความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพ&lt;br /&gt;2.ประเทศของผู้ซื้อและผู้ขายจำเป็นต้องมีกฎหมายรองรับอย่างมีประสิทธิภาพ&lt;br /&gt;3.การดำเนินการด้านภาษีต้องชัดเจน&lt;br /&gt;4.ผู้ซื้อและผู้ขายจำเป็นต้องมีความรู้พื้นฐานในเทคโนโลยีอินเทอร์เนต&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3010676209529865573-6905617961815744170?l=th.ambatch.com%2Fblog.html'/&gt;&lt;/div&gt;</description><link>http://th.ambatch.com/2007/05/e-commerce.html</link><author>noreply@blogger.com (Chitsakon)</author></item><item><guid isPermaLink='false'>tag:blogger.com,1999:blog-3010676209529865573.post-9188428636331831264</guid><pubDate>Mon, 14 May 2007 07:34:00 +0000</pubDate><atom:updated>2007-05-14T15:34:14.943+08:00</atom:updated><title>ข้อมูลความเคลื่อนไหวในแวดวงอินเทอร์เน็ตอีคอมเมิร์ซ</title><description>&lt;strong&gt;    เปิดศักราชใหม่ของปี 2549 ปีที่หลายๆ คนในวงการอินเทอร์เน็ตและอีคอมเมิร์ซ ประเมินกันว่าธุรกิจออนไลน์จะกลับมาเติบโตอีกครั้ง ด้วยความพร้อมในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นส่วนของระบบเครือข่ายที่เป็นอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ความมั่นใจของผู้บริโภคกับการซื้อ-ขายสินค้า แบะความพร้อมของผู้ให้บริการกับพัฒนาการด้านระบบความมั่นคงของการรักษาความปลอดภัย&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;     แน่นอนว่าข้อมูลความเคลื่อนไหว โดยเฉพาะในแวดวงอินเทอร์เน็ตอีคอมเมิร์ซยังคงมีแนวโน้มเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง ทั้งในหมวดของจำนวนการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เว็บไซต์ยอดนิยม และหมวดอื่นๆ ซึ่งแหล่งที่มาของข้อมูลนั้นอ้างอิงจากเว็บไซต์ของทรูฮิต และเว็บไซต์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์     นิตยสาร E-COMMERCE ได้เปิดคอลัมน์ที่มีจุดประสงค์เพื่อการเป็นศูนย์กลางของชุมชนอีคอมเมิร์ซ และชาวออนไลน์ทั้งหลาย มาระยะหนึ่งแล้วซึ่งได้รับการตอบรับจากที่ดีผู้คนในวงการ โดยพยายามรวบรวมข้อมูลต่างๆ  ที่เป็นความเคลื่อนไหวและมีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในบ้านเรา โดยแบ่งเป็นหลายๆ หมวดหมู่ หลายๆ แง่มุมในวงการอีคอมเมิร์ซ ซึ่งเชื่อว่าข้อมูลดังกล่าวสามารถที่จะสะท้อนได้ถึงความก้าวหน้าและความเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซได้เป็นอย่างดี และสามารถเป็นแผนที่ทางธุรกิจที่ผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซ นักการตลาด เจ้าของผลิตภัณฑ์ รวมถึงผู้ที่สนใจในธุรกิจอีคอมเมิร์ซ จะได้เข้ามาเก็บเอาข้อมูลเชิงสถิติไปใช้ประโยชน์ต่อยอดและหาแนวทางพัฒนาธุรกิจของท่านต่อไป     ข้อมูลในหมวดหมู่ต่างๆ นั้นทางนิตยสารเองได้รวบรวมมาจากแหล่งข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือในระดับประเทศทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชน ที่ได้เก็บรวมรวมไว้ ซึ่งหมวดหมู่ต่างๆ มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน อาทิ ข้อมูลของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย, เว็บไซต์ที่เปิดใหม่ในแต่ละเดือน, หมวดหมู่เว็บไซต์ยอดนิยม และหมวดหมู่อื่นๆ ที่น่าสนใจต่อธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3010676209529865573-9188428636331831264?l=th.ambatch.com%2Fblog.html'/&gt;&lt;/div&gt;</description><link>http://th.ambatch.com/2007/05/blog-post_14.html</link><author>noreply@blogger.com (Chitsakon)</author></item><item><guid isPermaLink='false'>tag:blogger.com,1999:blog-3010676209529865573.post-8823127599772094306</guid><pubDate>Fri, 11 May 2007 10:14:00 +0000</pubDate><atom:updated>2007-05-11T18:14:46.294+08:00</atom:updated><title>ม รังสิต Rangsit University</title><description>&lt;a href="http://th.ambatch.com/uploaded_images/rangsit-776271.jpg"&gt;&lt;img style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; CURSOR: hand" alt="" src="http://th.ambatch.com/uploaded_images/rangsit-776269.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;a href="http://th.ambatch.com/2007/05/rangsit-university.html"&gt;ม รังสิต&lt;/a&gt; (Rangsit University) ผู้ประกอบการแห่เข้าร่วมอบรม "เทคนิคการสร้างรายได้ 6 หลักจากธุรกิจอินเทอร์เน็ต" ที่ ม.รังสิต&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;มหาวิทยาลัยรังสิต ร่วมกับ Thai Web Publishing Business at &lt;a href="http://th.ambatch.com/2007/05/rangsit-university.html"&gt;Rangsit University&lt;/a&gt; ได้จัดโครงการฝึกอบรมหลักสูตร "เทคนิคการสร้างรายได้ 6 หลัก จากธุรกิจบนอินเทอร์เน็ต" โดยใช้แนวคิด "Fun For Fund" และกลยุทธ์การสร้างรายได้บนอินเทอร์เน็ต เมื่อกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยมีวิทยากรชื่อดังชาวฮ่องกง Mr. Kelvin Hui ซึ่งประสบความสำเร็จกับการทำธุรกิจและเป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน Internet Marketing ของโลกเป็นผู้บรรยาย และเปิดโอกาสให้นักศึกษาและบุคคลภายนอกที่มีความสนใจเกี่ยวกับการทำธุรกิจบนอินเทอร์เน็ตเข้าร่วมฟังบรรยายในครั้งนี้ ณ ห้อง 1-301 อาคารอาทิตย์ อุไรรัตน์ มหาวิทยาลัยรังสิต&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ดร.อรรถวิท อุไรรัตน์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายแผนพัฒนาคุณภาพ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า วัตถุประสงค์ในการจัดงานครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อให้นักศึกษา โดยเฉพาะคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและคณะบริหารธุรกิจ ได้เข้าใจถึงกลยุทธ์ใหม่ในการดำเนินธุรกิจทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งไม่ต้องลงทุนเยอะ เหมือนกับการทำธุรกิจแบบเก่า ขอแค่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในเรื่องที่สนใจ และมีความรู้ทางด้านอินเทอร์เน็ต นอกจากนี้ความตั้งใจเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจนั้นประสบผลสำเร็จ ยกตัวอย่างเช่น วิทยากรที่มาพูดภายในงาน เขาไม่ได้ร่ำรวยแต่สามารถทำธุรกิจและประสบผลสำเร็จด้วยระยะเวลาอันสั้น ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ได้หวังให้เป็นเศรษฐี เพียงแต่ว่าธุรกิจทางอินเทอร์เน็ต จะเป็นอีกทางหนึ่งที่เสริมรายได้ให้กับหลายๆ คน หรือคนที่มีงานอยู่แล้วและต้องการพัฒนางานนั้นๆ &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;คุณจิรนันท์ สกุลตั้งไพศาล ผู้เข้าร่วมสัมมนา กล่าวว่า ปัจจุบันอินเทอร์เน็ตเป็นสิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้ การที่มหาวิทยาลัยรังสิตได้จัดอบรมหลักสูตรดังกล่าว โดยเชิญวิทยากรชาวต่างประเทศที่ประสบความสำเร็จมาบรรยาย คิดว่าเป็นโอกาสที่ดี ที่จะให้ลูกมาศึกษาและเรียนรู้ไปพร้อมๆกัน เพราะลูกมีความสามารถพิเศษทางด้านคอมพิวเตอร์ ต้องขอขอบคุณทางมหาวิทยาลัยที่ได้คำนึงถึงสังคม ไม่ใช่แค่นักศึกษาแต่ได้แบ่งปันให้กับสังคมด้วย และเหนือสิ่งอื่นใดคือแนวความคิดของผู้บริหารที่ได้นำวิทยากรระดับโลกมาให้ความรู้และสามารถนำไปใช้ประโยชน์หรือแม้กระทั่งสามารถที่จะทำเป็นธุรกิจได้ด้วย&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;คุณสมศักดิ์ อรรถวรรณ หนึ่งในเจ้าของธุรกิจ กล่าวถึงการสัมมนาครั้งนี้ว่า เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังจะเริ่มทำธุรกิจ เป็นเหมือนแนวทาง ในการเริ่มต้นทำธุรกิจ และรู้สึกขอบคุณทางมหาวิทยาลัยรังสิตที่ได้มีการจัดอบรมโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ เพราะเป็นประโยชน์ต่อสังคมและคนที่อยากจะเรียนรู้เรื่องของการทำธุรกิจบนอินเตอร์เน็ต สำหรับตนแล้วจะนำความรู้จากการสัมมนาครั้งนี้ไปปรับใช้กับธุรกิจที่ทำอยู่&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;- ม รังสิต (&lt;a href="http://th.ambatch.com/2007/05/rangsit-university.html"&gt;Rangsit &lt;/a&gt;University)&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3010676209529865573-8823127599772094306?l=th.ambatch.com%2Fblog.html'/&gt;&lt;/div&gt;</description><link>http://th.ambatch.com/2007/05/rangsit-university.html</link><author>noreply@blogger.com (Kelvin Hui)</author></item><item><guid isPermaLink='false'>tag:blogger.com,1999:blog-3010676209529865573.post-4207866768618085960</guid><pubDate>Thu, 10 May 2007 11:49:00 +0000</pubDate><atom:updated>2007-05-10T19:49:54.023+08:00</atom:updated><title>อีคอมเมิร์ซ ดาวรุ่งหรือดาวร่วง</title><description>&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#cc0000;"&gt;บทความไอที&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;อีคอมเมิร์ซ ดาวรุ่งหรือดาวร่วง มีคนพูดอยู่เสมอว่า ตัวเลขโดยเฉพาะข้อมูลทางสถิติมักจะบอกถึงข้อเท็จจริงหรือแนวทางที่จะเกิดขึ้นในอนาคต แต่ต้องเป็นการเก็บข้อมูลสถิติที่มีหลักทางวิชาการจริงๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ประเด็นหลังนี้แหละที่ถกเถียงกันตลอดในระหว่างนักวิชาการ ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดก็คือ โพลการเมืองที่จัดอันดับคะแนนนักการเมืองยอดนิยม ใครที่ได้รับคะแนนนิยมน้อยมักจะออกมาแก้ตัวต่างๆ นานา และข้อหนึ่งในการแก้ตัว ก็หนีไม่พ้นเรื่องการต่อว่าโพลที่จัดทำไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการในโลกดิจิตอล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อมูลสถิติที่เถียงกันมากที่สุด หนีไม่พ้นการจัดลำดับเว็บไซต์ยอดนิยม หรือข้อมูลสถิติอีคอมเมิร์ซของสำนักวิจัยต่างๆ ที่มีการถกเถียงกันเป็นประจำ อย่างเช่น การจัดลำดับเว็บไซต์ที่มีผู้เข้าเยี่ยมชมมากที่สุด ซึ่งเป็นเรื่องเป็นราวระหว่างเว็บไซต์ของยาฮู (Yahoo) กับเว็บไซต์ของไมโครซอฟท์ (Microsoft) เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อมูลสถิติที่น่าสนใจที่สุด คือ ค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยที่นักช็อปปิ้งออนไลน์ใช้จ่ายเงินในการซื้อของหรือบริการต่างๆ ทางเว็บไซต์ และสัดส่วนของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั้งหมดเทียบกันกับจำนวนที่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตหันมาซื้อของออนไลน์ โดยทั้งหมดเป็นการเปรียบเทียบตั้งแต่ปี 1999, ปี 2000, ปี 2001 และประมาณการปี 2002 ที่กำลังจะเกิดขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากตัวเลขสถิติย้อนหลังและประมาณการ เห็นได้ชัดว่า ยอดการใช้จ่ายเงินออนไลน์หรือผู้ที่หันมาช็อปปิ้งออนไลน์ โดยเฉพาะการประมาณการจากปี 2001 ไปเป็นปี 2002 ที่ถือว่ามีการเจริญเติบโต แต่เป็นระดับปรกติอยู่ในระดับ 20%-25% ไม่ใช่เป็นเท่าเหมือนช่วงยุคอีคอมเมิร์ซหรือด็อทคอมบูม หรือช่วงปี 1999-2000 ที่ตัวเลขจะมีอัตราการเพิ่มมากกว่าช่วงปี 2001 และ 2002 เรียกว่า ลูกบูมของอีคอมเมิร์ซในอเมริกาได้ผ่านไปแล้ว แต่แนวโน้มการเจริญเติบโตก็ยังคงมีอยู่ เพียงแต่ไม่หวือหวาเร้าใจนักลงทุนในตลาดหุ้นแนสแด็กเท่านั้น&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3010676209529865573-4207866768618085960?l=th.ambatch.com%2Fblog.html'/&gt;&lt;/div&gt;</description><link>http://th.ambatch.com/2007/05/yahoo-microsoft-1999-2000-2001-2002.html</link><author>noreply@blogger.com (Chitsakon)</author></item><item><guid isPermaLink='false'>tag:blogger.com,1999:blog-3010676209529865573.post-2189904446986027930</guid><pubDate>Wed, 09 May 2007 07:07:00 +0000</pubDate><atom:updated>2007-05-09T15:07:49.481+08:00</atom:updated><title>อบรม Business Training in Thailand</title><description>&lt;strong&gt;&lt;a href="http://th.ambatch.com"&gt;อบรม&lt;/a&gt;&lt;/strong&gt; Business Training in Thailand&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อำนาจหน้าที่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย มีอำนาจหน้าที่ตาม พระราชบัญญัติสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2530 ดังนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นตัวแทนของผู้ประกอบอุตสาหกรรมภาคเอกชน ในการประสานนโยบายและดำเนินการกับรัฐ ส่งเสริมและพัฒนาการประกอบอุตสาหกรรม ศึกษาและหาทางแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการประกอบอุตสาหกรรม ส่งเสริม สนับสนุนการศึกษา วิจัย อบรม เผยแพร่วิชาการและเทคโนโลยีเกี่ยวกับอุตสาหกรรม ตรวจสอบสินค้า ออกใบรับรองแหล่งกำเนิดหรือใบรับรองคุณภาพสินค้า ให้คำปรึกษาและเสนอแนะแก่รัฐบาล เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจด้านอุตสาหกรรม ส่งเสริมนักอุตสาหกรรม และเป็นแหล่งกลางสำหรับนักอุตสาหกรรมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อประโชน์ต่อวงการอุตสาหกรรม ควบคุมดูแลให้สมาชิกปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับการประกอบอุตสาหกรรม ปฏิบัติกิจการอื่นๆ ตามกฎหมายกำหนด นอกจากนี้ยังร่วมให้คำปรึกษา และเป็นกรรมการในคณะกรรมการร่วมภาครัฐบาลและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ หรือ กรอ. และคณะอนุกรรมการ และคณะทำงานต่าง ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://th.ambatch.com/"&gt;อบรม&lt;/a&gt; สมาชิก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สภาอุตสาหกรรมฯ ประกอบด้วยสมาชิก 2 ประเภทคือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ประเภทสามัญ ได้แก่ ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมที่เป็นนิติบุคคล และประกอบการอุตสาหกรรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน ซึ่งรวมทั้งสมาคมการค้าเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรม ประเภทสมทบ ได้แก่ บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลใด ๆ ที่มิใช่โรงงานอุตสาหกรรมหรือสมาคมการค้า สมาชิกและได้รับการจัดแบ่งเป็นกลุ่มอุตสาหกรรม และสภาอุตสาหกรรมจังหวัดกระจายครอบคลุมทุกภูมิภาค โดยมี สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเป็นแกน เชื่อมโยงกลไกความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ ผู้ประกอบการด้วยกันเอง รวมไปถึงผู้บริโภคและผู้ประกอบการอื่นๆ โดยมีคณะกรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เป็นผู้กำหนดนโยบายและบริหารงาน คณะกรรมการมาจากการเลือกตั้ง อยู่ในตำแหน่งคราวละ 2 ปี โดย 2 ใน 3 เลือกจากกรรมการทั้งหมด และ 1 ใน 3 เลือกจากกลุ่มอุตสาหกรรมและสภาอุตสาหกรรมจังหวัดต่าง ๆ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3010676209529865573-2189904446986027930?l=th.ambatch.com%2Fblog.html'/&gt;&lt;/div&gt;</description><link>http://th.ambatch.com/2007/05/business-training-in-thailand.html</link><author>noreply@blogger.com (Kelvin Hui)</author></item><item><guid isPermaLink='false'>tag:blogger.com,1999:blog-3010676209529865573.post-5073910101726074243</guid><pubDate>Wed, 09 May 2007 05:58:00 +0000</pubDate><atom:updated>2007-05-09T13:58:31.967+08:00</atom:updated><title>รับทำเว็บ web service - hosting &amp; design</title><description>&lt;a href="http://th.ambatch.com/2007/05/web-service-hosting-design.html"&gt;รับทำเว็บ&lt;/a&gt; ด้วยประสบการณ์ในการออกแบบและจัดทำเว็บไซต์ ให้บริษัทชั้นนำต่างๆ ทำให้เรากล้ายืนยันได้ว่า หน้าบ้านระบบดิจิตอลของคุณจะไม่เป็นสองรองจากคู่แข่ง ด้วยการออกแบบโครงสร้างและการวางรูปแบบที่ง่ายต่อการรองรับการใช้งานของผู้ใช้ การออกแบบที่สวยงาม การสร้างภาพเคลื่อนไหว ประกอบหน้าเว็บไซต์ให้ดูสวยงามและหน้าตื่นเต้น และทางเรายังระบบจัดการแก้ไขข้อมูลบนหน้าเว็บด้วยตัวเอง เช่น เปลี่ยนแปลงรูปแบบสินค้า, เปลี่ยนแปลงรูปภาพสินค้า, เพิ่มหรือลบหัวข้อสินค้าได้, ระบบจัดการด้านสมาชิก ระบบเมลล์ตอบรับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;Web Design&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;รูปแบบทันสมัย สามารถเปลี่ยนข้อมูลได้ด้วยตนเอง&lt;br /&gt;- ออกแบบ จัดทำ แฟลช - ออกแบบหน้าแรก - จัดทำเว็บ - จัดทำ พรีเซ็นเตชั่น - จัดทำ แอนิเมชั่น - มีระบบเว็บบอร์ด - สามารถเลือกแบบและการจัดวางภาพ - ภาพเคลื่อนไหวตามรูปแบบเว็บ เพื่อความสวยงาม - ระบบเพิ่ม หรือ ลบ จำนวนสินค้าได้เอง - ระบบเปลี่ยนแปลงรายละเอียดสินค้า ด้วยตนเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;Web Hosting&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;สิ้นสุดกันทีกับ Web ล่ม เมลล์ส่งไม่ออก เมื่อเช่า Host กับเรา&lt;br /&gt;หากคุณกำลังมีปัญหา เว็บล่มบ่อย เมล์รับ - ส่งไม่ได้ และบริการหลังการขายที่ไม่ประทับใจ เรามีทีมงานพร้อมให้คำปรึกษา และบริการหลังการขายอย่างมืออาชีพ ด้วยประสบการณ์ในการให้บริการลูกค้า พร้อมทางเลือกที่หลากหลายในการเลือก WEB Hosting เพื่อใช้งาน พร้อมด้วยระบบ Security &amp;amp; Antivirus, WEB Base Mail, Control Panel บน Hardware Pentium 4 Dual (RAM 2GB, HD SCSI) เซิร์ฟเวอร์ตั้งอยู่ใน Datacenter ของ CSLoxinfo (เสือป่า)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;โปรโมทเว็บ ประชาสัมพันธ์เว็บ &lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;ฟรีโปรโมทเว็บฟรี บางทียังจำเป็นสำหรับธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง ฟรี สำหรับลูกค้าเราที่ ทำเว็บ กับเรา เรายินดีที่จะช่วยโปรโมทธุรกิจของท่าน ด้วยวิธีธรรมชาติที่ยั่งยืน โดยการ Summit ไปยัง Search Engines และ ติดตามผล เพื่อ Optimize ให้เว็บท่านติดอันดับต้นๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;เขียนโปรแกรม สำหรับ &lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;ทุกธุรกิจเรารับ พัฒนา เขียนโปรแกรม เพื่อพัฒนาธุรกิจ ได้ทุกประเภท เรารับพัฒนาโปรแกรม สำหรับทุกธุรกิจ - เปลี่ยนแปลงรูปภาพ และ ราคาสินค้าด้วยตนเอง - ระบบควบคุมและ ติดตามผล&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3010676209529865573-5073910101726074243?l=th.ambatch.com%2Fblog.html'/&gt;&lt;/div&gt;</description><link>http://th.ambatch.com/2007/05/web-service-hosting-design.html</link><author>noreply@blogger.com (Kelvin Hui)</author></item><item><guid isPermaLink='false'>tag:blogger.com,1999:blog-3010676209529865573.post-8179843536407346843</guid><pubDate>Wed, 09 May 2007 05:57:00 +0000</pubDate><atom:updated>2007-05-09T13:57:40.022+08:00</atom:updated><title>ทำเว็บ web builder</title><description>ทำเว็บ รายละเอียดของคำถาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คำถาม : รับสอนและรับงานเขียนโปรแกรม &lt;strong&gt;&lt;a href="http://th.ambatch.com/2007/05/web-builder.html"&gt;ทำเว็บ&lt;/a&gt;&lt;/strong&gt; งาน spss และ cai ครับ 01-7112550&lt;br /&gt;รายละเอียด : รับสอนและรับงานเขียนโปรแกรม ทำเว็บ งาน spss และ cai ครับ 01-7112550&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รายละเอียด :&lt;br /&gt;รับ Key ข้อมูล / ทำ Spssรับ Key ข้อมูล ทั้งผ่าน Excel และ Spssรับประมวลผล ผ่าน Spss ราคาแล้วแต่ตกลง (ขึ้นอยู่กับรูปแบบงาน)ติดต่อ รส 089-6944241ออย 086-3699004เก่ง 089-1311905&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่งคำตอบเมื่อ :&lt;br /&gt;วันจันทร์ 23 ตุลาคม 2549 เวลา 16 นาฬิกา 37 นาที&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3010676209529865573-8179843536407346843?l=th.ambatch.com%2Fblog.html'/&gt;&lt;/div&gt;</description><link>http://th.ambatch.com/2007/05/web-builder.html</link><author>noreply@blogger.com (Kelvin Hui)</author></item><item><guid isPermaLink='false'>tag:blogger.com,1999:blog-3010676209529865573.post-3607697792083493280</guid><pubDate>Tue, 08 May 2007 17:15:00 +0000</pubDate><atom:updated>2007-05-09T01:15:03.483+08:00</atom:updated><title>อีคอมเมิร์ซ e-commerce solution</title><description>&lt;strong&gt;ระบบอีคอมเมิร์ซ (E-Commerce) คืออะไร&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;ระบบอีคอมเมิร์ซ (E-Commerce) หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งในชื่อไทย ว่า ระบบ พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หมายถึง การทำธุรกรรมทุกรูปแบบ ซึ่งคลอบคลุมถึงการซื้อ - ขายสินค้าหรือบริการ การชำระเงิน การโฆษณา โดยผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ประเภทต่าง ๆ โดยเฉพาะเครือข่ายทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน ไม่ว่าธุรกิจใหญ่ หรือเล็ก ๆ อย่าง SME ก็ยังนำระบบ อีคอมเมิร์ซมาใช้ในการบริหารงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ เมื่อรู้แบบนี้แล้วจะช้าอยู่ทำไมล่ะ !&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;ความสำคัญของระบบอีคอมเมิร์ซ (E-Commerce)&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;แนวโน้มการใช้งาน E-Commmerce ในปัจจุบัน มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นมาก อันเนื่องมาจากการที่ธุรกิจ E - Commerce สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้กว้าง และรวดเร็ว รวมถึงเวลาในการทำธุรกิจที่ไม่มีวันหยุด ทำให้การทำธุรกิจ E - Commerce เริ่มเป็นที่นิยม ซึ่งหากท่านต้องการทราบว่า ธุรกิจ E-Commerce ทำอะไรได้บ้างนั้น ขอให้ท่านคลิกไปดูที่หัวข้อ ประโยชน์ของ E - Commerce ซึ่งเมื่อท่านคลิกไปแล้วท่านจะทราบว่าธุรกิจ E - Commerce มีความสำคัญเพียงใด ต่อการพัฒนาระบบเศรษฐกิจของระบบธุรกิจของท่าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การทำการค้าทางธุรกิจในระบบ อิคอมเมิร์ซ (E-Commerce)นั้น มีขั้นตอนง่าย ๆ อยู่ 4 ขั้นตอนดังต่อไปนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ครับเลือกรายการสินค้า ขั้นตอนนี้ก็ง่ายๆ ครับ เมื่อผู้ขายจะขายจะเสนอสินค้า/บริการใด ๆ ก็ตาม ผู้ขายก็ต้องแนะนำตัวสินค้า/บริการ ด้วยการแสดงภาพ หรือรายละเอียด ที่บ่งบอกถึงลักษณะ คุณสมบัติ ของสินค้า/บริการ นั้น ๆ ซึ่งอาจรวมไปถึงราคา ส่วนลด หรือรายละเอียดใดๆ ก็ตาม ตามแต่ผู้ขายจะนำเสนอลงไปในตัวสินค้า/บริการ เพื่อประกอบการตัดสินใจของผู้ซื้อ ซึ่งผู้ซื้อก็จะเป็นผู้เข้ามาดูรายละเอียด และค้นหาในสิ่งที่ผู้ซื้อต้องการ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สั่งซื้อสินค้าและบริการ เมื่อผู้ซื้อพบสินค้า/บริการ ที่ต้องการ ก็จะดูรายละเอียดปลีกย่อยที่เกี่ยวข้อง ว่าสินค้า/บริการเป็นอย่างไร ชำระค่าสินค้า/บริการ โดยวิธีใดบ้าง ก็จะทำการเลือกสินค้า/บริการลงไปในรายการ หรือ ตะกร้าสินค้า ที่ต้องการสั่งซื้อ และส่งกลับไปให้ผู้ขาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การชำระค่าสินค้า/บริการทางอินเทอร์เน็ต เมื่อรายการสินค้า/บริการถูกส่งไป การชำระค่าสินค้าก็จะเป็นไปตามทางเลือกของระบบ eCommerce ที่ผู้ขายได้จัดทำไว้ ซึ่งอาจจะเป็นการรับพัสดุแบบ พกง. การจ่ายค่าสินค้า/บริการด้วย บัตรเครดิต หรือทางเลือกอื่นๆ ซึ่งผู้ซื้อจะเป็นผู้เลือกช่องทางในการชำระค่าสินค้า/บริการ และวิธีการรับสินค้า/บริการ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การจัดส่งสินค้า/บริการ หลังจากที่มีการตกลงวิธีการชำระค่าสินค้า/บริการและวิธีการจัดส่งแล้ว ผู้ขายก็จะเป็นผู้จัดส่งสินค้า/บริการ ด้วยวิธีที่ตกลงกันไว้ เป็นอันเสร็จขั้นตอนการทำการค้าในระบบ อีคอมเมิร์ซ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3010676209529865573-3607697792083493280?l=th.ambatch.com%2Fblog.html'/&gt;&lt;/div&gt;</description><link>http://th.ambatch.com/2007/05/e-commerce-solution.html</link><author>noreply@blogger.com (Kelvin Hui)</author></item><item><guid isPermaLink='false'>tag:blogger.com,1999:blog-3010676209529865573.post-7467956713285335621</guid><pubDate>Tue, 08 May 2007 13:34:00 +0000</pubDate><atom:updated>2007-05-08T21:34:24.040+08:00</atom:updated><title>โครงการเสื่อผืนหมอนใบสู่เว็บเงินล้าน</title><description>สวัสดีครับเพื่อนๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นอย่างไรกันบ้างครับ หลังจากสัมมนาในวันนั้น ทางมหาวิทยาลัยรังสิตได้ส่งไฟล์ที่เป็นเรื่องราวตัวอย่างจริงในการทำธุรกิจ web publishing ให้กับเพื่อนๆหรือยัง ถ้าใครยังไม่ได้รับก็ลองติดต่อมหาลัยไปดูนะครับ หรือ มา download ได้ที่ &lt;a href="http://www.savefile.com/files/704239"&gt;http://www.savefile.com/files/704239&lt;/a&gt; (พอคลิ้กลิ้งค์ก็จะมีปุ่มให้ download อยู่ตรงกลางหน้าเลยนะครับ ก็จะสามารถ download ได้ อาจจะรำคาญโฆษณานิดหน่อยนะครับ เว็บที่ให้บริการฟรีแบบนี้ก็ต้องมีบ้างเป็นธรรมดา)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไฟล์ที่คุณได้รับไปนั้น เป็นตัวอย่างจริงของการทำ อีคอมเมิร์ซ ที่รายได้มาจากโฆษณาหรือที่เราเรียกกันว่า web publishing (ถ้ารายได้มาจากการขายสินค้าเรียกว่า อีคอมเมิร์ซ) หากใครสนใจรายละเอียดเพิ่มเติมของประเภทธุรกิจดูได้ที่ &lt;a href="http://ffschool.blogspot.com/2007/02/financial-freedom-through-web.html"&gt;http://ffschool.blogspot.com/2007/02/financial-freedom-through-web.html&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพื่อนคนไหนได้อ่านดูแล้วเป็นอย่างไรกันบ้าง งง หรือ สงสัยอะไร หรือ รู้สึกว่ามันยากไป ง่ายไป หรือ บางคนไม่เข้าใจเลย (^^;) ก็เมล์มาคุยกันได้นะครับ จะได้อธิบายเพิ่มเติมให้ อีกอย่างได้ทำความรู้จักกันไว้ ไว้มีอะไรดีๆจะได้บอกคุณก่อนใครด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมล์ของผมคือ &lt;a href="mailto:affiliatemania@yahoo.com"&gt;affiliatemania@yahoo.com&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เชื่อว่า หลายคนอาจจะเข้าใจแต่ไม่มั่นใจว่าตัวเองจะทำได้หรือเปล่า หรือ ในการทำจริงก็มีปัญหาที่คุณอาจจะต้องเจอะเจอมากมาย ดังนั้นในในไฟล์ที่คุณดาวโหลดไปนั้น เราได้แจ้งเรื่องโครงการ เสื่อผืนหมอนใบสู่เว็บเงินล้าน ไว้ด้วย ถ้าเพื่อนๆคนไหนสนใจโครงการของเราลองอ่านรายละเอียดในการเข้าร่วมโครงการดูนะครับที่ &lt;a href="http://th.ambatch.com/2007/05/blog-post_07.html"&gt;http://th.ambatch.com/2007/05/blog-post_07.html&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนคนที่สนใจและได้เมล์เข้ามาแล้ว เรากำลังพิจารณาอยู่ ในเรื่องของรูปแบบการจัด หรือ รายละอียดของหลักสูตร อดใจรออีกนิดนึงนะครับ ^^ (มีคนส่งเข้ามาเยอะเหลือเกิน)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชิตสกนธ์ เตชะธนาลัย (หนุ่ม)&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3010676209529865573-7467956713285335621?l=th.ambatch.com%2Fblog.html'/&gt;&lt;/div&gt;</description><link>http://th.ambatch.com/2007/05/blog-post_08.html</link><author>noreply@blogger.com (Chitsakon)</author></item><item><guid isPermaLink='false'>tag:blogger.com,1999:blog-3010676209529865573.post-2711457904399975598</guid><pubDate>Mon, 07 May 2007 10:07:00 +0000</pubDate><atom:updated>2007-05-07T18:07:48.713+08:00</atom:updated><title>สวัสดีครับเพื่อนๆทุกคน</title><description>สวัสดีครับเพื่อนๆทุกคน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก่อนอื่นต้องขออภัยที่ตอบช้าไปนิดนึง และ Blog (&lt;a href="http://ffschool.blogspot.com"&gt;http://ffschool.blogspot.com&lt;/a&gt;) ที่จะให้ข้อมูลไม่ได้ update เพราะ คอมพ์ผมที่มีข้อมูลทั้งหมดโดนไวรัสถล่มจนใช้เน็ตไม่ได้ ต้องล้างทิ้งหลังเสียเวลากู้อยู่นาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่างไรก็ตาม สัญญาว่าหากเพื่อนๆต้องการการทำเว็บเพื่อสร้างธุรกิจจริงๆ ไม่ใช่การทำเงิน แต่เป็นการสร้างธุรกิจ ติดตามได้ที่ Blog ของผมรับรองไม่ผิดหวังครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ต้องขอขอบคุณเพื่อนๆทุกคนที่ให้การตอบรับเป็นอย่างดี สำหรับโครงการ "เสื่อผืนหมอนใบสู่เว็บเงินล้าน" มีคนเมล์เข้ามามากมายเพื่อที่อยากเข้าร่วมโครงการนี้ จนรู้สึกประหลาดใจครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก่อนอื่นต้องขอขยายความนิดนึงสำหรับที่มาและรายละเอียดของโครงการของเรา ว่ามันคืออะไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันนี้ ผมเชื่อว่าหลายคนสนใจการสร้างธุรกิจอินเตอร์เน็ตกันมากมาย แต่สิ่งที่เราส่วนใหญ่พบเจอในอินเตอร์เน็ตคือ การทำ MLM บ้าง การ Make Money ผ่านอินเตอร์เน็ตบ้าง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ผมเชื่อว่า ไม่ใช่สิ่งที่พวกเราต้องการอย่างแท้จริง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ซ้ำร้าย ความรู้ในการสร้างธุรกิจอินเตอร์เน็ตที่เป็นธุรกิจจริงๆนั้น ที่สามารถเรียนได้อย่างเป็นระบบนั้น ก็เรียกว่าแทบจะไม่มี คนไทยที่รู้เขาก็ไม่มาสอน หรือ ไม่สามารถถ่ายทอดได้ และ ที่สำคัญ ณ เวลานี้ มีคนไทยน้อยมากที่สามารถทำธุรกิจอินเตอร์เน็ตในระดับโลกประสบความสำเร็จอย่างเป็นกอบเป็นกำ ทั้งที่เพื่อนบ้านเรา สิงคโปร์ มาเลเซีย มีนักธุรกิจรุ่นใหม่ทำธุรกิจเว็บ ร่ำรวยเกิดขึ้นมากมาย โดยเฉพาะ 2-3 ปีที่ผ่านมานี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าใครไปสัมมนาคงจำได้ว่า ผมได้เล่าว่า เมื่อปีที่แล้ว ผมมีโอกาสได้ทำงานกับสถานีโทรทัศน์ NTV ของญี่ปุ่น ซึ่งตอนนี้วงการธุรกิจของญี่ปุ่นมีการเปลี่ยนแปลงมากมาย เกิดปรากฏการณ์ที่ว่า มีบริษัทมากมายที่มีอายุไม่เกิน 5 ปี ก่อตั้งโดยคนรุ่นใหม่อายุ 30 ต้นๆ กำลังไล่เทคโอเวอร์บริษัทมูลค่าหลายพันล้านเย็นมากมาย ผมเชื่อว่า ปรากฏการณ์นี้จะค่อยๆเกิดขึ้นในช่วง 5 ปีนี้ในทั่วโลก ผมเชื่อว่าจะมีเหตุการณ์ในลักษณะนี้เกิดขึ้นในเมืองไทยในไม่ช้าอย่างแน่นอน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ธุรกิจอินเตอร์เน็ตเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพมากมายมหาศาล เราคงเคยได้ยิน หรือ มีเพื่อนที่ทำธุรกิจ e-Commerce แล้วได้รายได้เดือนละหลายแสน (บางคนอาจจะมากกว่านั้น) โดยที่ไม่ได้ลงทุนอะไรมากมายนัก ที่สำคัญ ทั้งบริษัทมีคนทำอยู่เพียง 2-3 คนเท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมเชื่อว่า นี่คือ แนวโน้มของธุรกิจในอนาคตที่กำลังจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน และ หากคนไทยที่เริ่มเข้าไปจับก่อน ก็จะมีโอกาสรออยู่มากมายตรงหน้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จะมีคนไทยที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจอินเตอร์เน็ตอย่างแน่นอนเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ ไม่ว่าจะเป็น e-commerce หรือ ธุรกิจ Web Publishing (ทำเว็บที่รายได้มาจากโฆษณา)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับคนรุ่นใหม่ที่อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเองในเวลานี้ การสร้างธุรกิจต่างๆในปัจจุบัน ไม่ใช่เรื่องง่าย ยากกว่าสมัยรุ่นพ่อรุ่นแม่เรามากนัก และ ความเสี่ยงสูง มากๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันนี้หากคุณมีเงินเก็บ 1 ล้านบาท การจะเอาเงินก้อนนั้นมาลงทำธุรกิจ คุณมีความมั่นใจไหมว่าประสบความสำเร็จได้ (สามารถทิ้งรายได้จากงานประจำ ออกมาลุยเต็มตัว)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพราะปัจจุบัน เงินทุนไม่ใช่เรื่องสำคัญ (เพื่อนๆหลายคนคงเคยเห็น คนลงทุนเปิดร้านกาแฟ ขายของต่างๆ ร้านอาหาร เงิน 1 ล้านหมดไปอย่างรวดเร็ว)แต่สิ่งสำคัญ คือ ความรู้ และ การค้นหาโอกาส&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมเชื่อว่า วันนี้ ธุรกิจบนโลกอินเตอร์เน็ต เป็นอีกโอกาสหนึ่งที่ลงทุนต่ำ และ ให้ผลตอบแทนสูง ที่สำคัญ เป็นธุรกิจที่คุณสามารถมีอิสรภาพมากกว่าธุรกิจอื่นทั่วๆไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่สิ่งที่เราต้องลงทุนมากที่สุด คือ "การเรียนรู้"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;------------------------------------------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมกับคุณ Kelvin จึงได้ร่วมกันทำโครงการสักอย่างเพื่อเป็นจุดตั้งต้นของทุกคนสำหรับการสร้างธุรกิจเว็บไซท์ และ ให้ความรู้การสร้างธุรกิจอินเตอร์เน็ตจริงๆ ให้กับคนไทย อย่างผมและพวกเราได้เรียนรู้ร่วมกัน ทำธุรกิจร่วมกัน โดยมีเป้าหมายคือ ทำธุรกิจเพื่อไปเอาเงินต่างชาติมาบ้าง (ช่วงนี้ เศรษฐกิจบ้านเราตก เราต้องหาเงินเข้าประเทศเยอะๆ ^^)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดังนั้นโครงการนี้เรียกว่าจะสอนคุณตั้งแต่ไม่เป็นอะไรเลย จนสามารถสอนการสร้างธุรกิจเว็บไซท์เพื่อทำธุรกิจในไทยหรือในต่างประเทศได้ ที่สำคัญเป็นการสอนจากนักธุรกิจอินเตอร์เน็ตที่มีประสบการณ์การสร้างธุรกิจในระดับโลก มีประสบการณ์การสร้างเว็บจากไม่มีอะไรจนสามารถนำบริษัทเข้าตลาดหุ้นได้ รวมถึง การได้ co กับบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง yahoo&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โครงการของเราจะรับจำนวนน้อยมากๆ เราจะรับเฉพาะคนที่สนใจจริงๆ (คือ อยากมีธุรกิจจริงๆ ไม่ได้แค่สนใจอยากหาวิธีทำเงินเล่นๆ) และ ติดต่อเข้ามาก่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพราะเป็นการสอนแบบลงมือทำจริงๆ เรียกว่า เรียนจบมีธุรกิจอินเตอร์เน็ตเป็นของตัวเองได้เลย ไม่เหมือนการสอนแบบในห้องเรียนที่เราเรียนกันตั้งแต่เด็กจนโต คือ เรียนแต่ทฤษฏี หรือ แบบสัมมนาการหารายได้บนอินเตอร์เน็ตต่างๆ ที่ให้วิธีการแต่จบไปก็ไม่สามารถทำธุรกิจได้ เสียเงินเสียทอง บางทีราคาอาจจะถูก แต่เรียนจบไปได้แต่ไอเดีย หรือ เป็นแค่เทคนิคการทำเงินชั่วครั้งชั่วคราว ไม่ใช่การสร้างธุรกิจจริงๆ (การสอนในลักษณะนี้ใช้เวลาค่อนข้างมาก เราไม่สามารถดูแลได้ทั่วถึงหากรับในปริมาณมากๆ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ระหว่างนี้ โครงการของเรานี้กำลังอยู่ในช่วงจัดทำ ร่างหลักสูตร และ พัฒนาเนื้อหา และ คำนวณเรื่องค่าใช้จ่ายอยู่ และ ทางคุณ Kelvin กำลังถ่ายทอดกำลังภายในให้กระผมอยู่ (ผมเป็นลูกศิษย์คนที่สองของคุณ Kelvin รองจากคุณ Michael ซึ่งเป็นเรื่องโชคดีสำหรับผมมากๆ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หากมีความคืบหน้าอะไรจะแจ้งไปทางเพื่อนๆเลยครับ ทันทีครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดังนั้นหากเพื่อนๆคนไหน สนใจจริงๆ กรุณา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. เขียนข้อเสนอแนะของหลักสูตรที่อยากได้เข้ามา&lt;br /&gt;2. มาแชร์ไอเดียธุรกิจที่อยากทำในรายละเอียด (ใครที่ยังไม่มี ก็ไม่เป็นไร จะเป็นความฝันก็ได้)&lt;br /&gt;3. สิ่งที่คุณมีอยู่ เช่น ความพร้อมต่างๆของคุณเองสำหรับการทำธุรกิจในอนาคต ในเรื่อง เงินทุน เวลา ทรัพยากร connection ต่างที่มีในปัจจุบัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพื่อที่ทางเราจะได้จัดทำเนื้อหาให้เหมาะกับคุณได้ และ ตรงตามความต้องการของคุณได้&lt;br /&gt;แล้วเมล์มาที่ affiliatemania@yahoo.com&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หวังว่าเราคงได้พบกันแน่นอนในไม่ช้า คอยติดตามครับ&lt;br /&gt;ชิตสกนธ์ (หนุ่ม)&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3010676209529865573-2711457904399975598?l=th.ambatch.com%2Fblog.html'/&gt;&lt;/div&gt;</description><link>http://th.ambatch.com/2007/05/blog-post_07.html</link><author>noreply@blogger.com (Kelvin Hui)</author></item><item><guid isPermaLink='false'>tag:blogger.com,1999:blog-3010676209529865573.post-4789021227109500283</guid><pubDate>Mon, 07 May 2007 04:02:00 +0000</pubDate><atom:updated>2007-05-07T12:02:22.377+08:00</atom:updated><title>อีคอมเมิร์ซ ดาวรุ่งหรือดาวร่วง</title><description>อีคอมเมิร์ซ ดาวรุ่งหรือดาวร่วง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บทความไอที&lt;br /&gt;อีคอมเมิร์ซ ดาวรุ่งหรือดาวร่วง มีคนพูดอยู่เสมอว่า ตัวเลขโดยเฉพาะข้อมูลทางสถิติมักจะบอกถึงข้อเท็จจริงหรือแนวทางที่จะเกิดขึ้นในอนาคต แต่ต้องเป็นการเก็บข้อมูลสถิติที่มีหลักทางวิชาการจริงๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ประเด็นหลังนี้แหละที่ถกเถียงกันตลอดในระหว่างนักวิชาการ ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดก็คือ โพลการเมืองที่จัดอันดับคะแนนนักการเมืองยอดนิยม ใครที่ได้รับคะแนนนิยมน้อยมักจะออกมาแก้ตัวต่างๆ นานา และข้อหนึ่งในการแก้ตัว ก็หนีไม่พ้นเรื่องการต่อว่าโพลที่จัดทำไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการในโลกดิจิตอล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อมูลสถิติที่เถียงกันมากที่สุด หนีไม่พ้นการจัดลำดับเว็บไซต์ยอดนิยม หรือข้อมูลสถิติอีคอมเมิร์ซของสำนักวิจัยต่างๆ ที่มีการถกเถียงกันเป็นประจำ อย่างเช่น การจัดลำดับเว็บไซต์ที่มีผู้เข้าเยี่ยมชมมากที่สุด ซึ่งเป็นเรื่องเป็นราวระหว่างเว็บไซต์ของยาฮู (Yahoo) กับเว็บไซต์ของไมโครซอฟท์ (Microsoft) เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อมูลสถิติที่น่าสนใจที่สุด คือ ค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยที่นักช็อปปิ้งออนไลน์ใช้จ่ายเงินในการซื้อของหรือบริการต่างๆ ทางเว็บไซต์ และสัดส่วนของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั้งหมดเทียบกันกับจำนวนที่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตหันมาซื้อของออนไลน์ โดยทั้งหมดเป็นการเปรียบเทียบตั้งแต่ปี 1999, ปี 2000, ปี 2001 และประมาณการปี 2002 ที่กำลังจะเกิดขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากตัวเลขสถิติย้อนหลังและประมาณการ เห็นได้ชัดว่า ยอดการใช้จ่ายเงินออนไลน์หรือผู้ที่หันมาช็อปปิ้งออนไลน์ โดยเฉพาะการประมาณการจากปี 2001 ไปเป็นปี 2002 ที่ถือว่ามีการเจริญเติบโต แต่เป็นระดับปรกติอยู่ในระดับ 20%-25% ไม่ใช่เป็นเท่าเหมือนช่วงยุคอีคอมเมิร์ซหรือด็อทคอมบูม หรือช่วงปี 1999-2000 ที่ตัวเลขจะมีอัตราการเพิ่มมากกว่าช่วงปี 2001 และ 2002 เรียกว่า ลูกบูมของอีคอมเมิร์ซในอเมริกาได้ผ่านไปแล้ว แต่แนวโน้มการเจริญเติบโตก็ยังคงมีอยู่ เพียงแต่ไม่หวือหวาเร้าใจนักลงทุนในตลาดหุ้นแนสแด็กเท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บทความโดย ดร.กนกวรรณ ว่องวัฒนะสิน&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3010676209529865573-4789021227109500283?l=th.ambatch.com%2Fblog.html'/&gt;&lt;/div&gt;</description><link>http://th.ambatch.com/2007/05/blog-post.html</link><author>noreply@blogger.com (Kelvin Hui)</author></item><item><guid isPermaLink='false'>tag:blogger.com,1999:blog-3010676209529865573.post-3598993582885384892</guid><pubDate>Wed, 02 May 2007 03:39:00 +0000</pubDate><atom:updated>2007-05-02T11:39:10.061+08:00</atom:updated><title>อีคอมเมิร์ซ in Thailand ประวัติวิวัฒนาการอีคอมเมิร์ซโดยสังเขป</title><description>ประเภทของอีคอมเมิร์ซ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีการแบ่งประเภทอีคอมเมิร์ซกันหลายแบบ เช่น แบ่งอีคอมเมิร์ซเป็น 5 ประเภท แบ่งอีคอมเมิร์ซเป็น 3 ประเภท แบ่งอีคอมเมิร์ซเป็น 6 ส่วน และแบ่งอีคอมเมิร์ซตามประเภทสินค้าเป็น 2 ประเภท เป็นต้น&lt;br /&gt;อีคอมเมิร์ซ 5 ประเภท ถ้าจะแบ่งอีคอมเมิร์ซเป็น 5 ประเภทก็ได้ดังต่อไปนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(1) ธุรกิจกับผู้ซื้อปลีกหรือบีทูซี (B-to-C = Business-to-Consumer) คือประเภทที่ผู้ซื้อปลีกใช้อินเตอร์เนตในการซื้อสินค้าจากธุรกิจที่โฆษณาอยู่ในอินเตอร์เนต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(2) ธุรกิจกับธุรกิจหรือบีทูบี (B-to-B = Business-to-Business) คือ ประเภทที่ธุรกิจกับธุรกิจติดต่อซื้อขายสินค้ากันผ่านอินเตอร์เนต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(3) ธุรกิจกับรัฐบาลหรือบีทูจี (B-to-G = Business-to-Government) คือประเภทที่ธุรกิจติดต่อกับหน่วยราชการ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(4) รัฐบาลกับรัฐบาลหรือจีทูจี (G-to-G = Government to Government) คือ ประเภทที่หน่วยงานรัฐบาลหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งติดต่อกับหน่วยงานรัฐบาลอีกหน่วยงานหนึ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(5) ผู้บริโภคกับผู้บริโภคหรือซีทูซี (C-to-C = Consumer-to-Consumer) คือ ประเภทที่ผู้บริโภคประกาศขายสินค้าแล้วผู้บริโภคอีกรายหนึ่งก็ซื้อไป เช่นที่อีเบย์ดอทคอม(Ebay.com) เป็นต้น ซึ่งผู้บริโภคสามารถจ่ายเงินให้กันทางบัตรเครดิตได้&lt;br /&gt;อีคอมเมิร์ซ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3 ประเภท ถ้าจะแบ่งอีคอมเมิร์ซเป็น 3 ประเภทก็อาจจะแบ่งได้ ดังต่อไปนี้ ้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(1)อีคอมเมิร์ซระหว่างผู้บริโภคกับธุรกิจ หรือ บีทูซี (B-to-C = Business-to-Consumer) ซึ่งอาจจะมีตัวอย่างดังต่อไปนี้ - การติดต่อสื่อสารระหว่างผู้บริโภคกับธุรกิจโดยใช้ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ วิดีโอคอนเฟอเรนซ์ กลุ่มสนทนา กระดานข่าว เป็นต้น - การจัดการด้านการเงิน ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถจัดการเรื่องการเงินส่วนตัว เช่น ฝาก-ถอน เงินกับธนาคาร ซื้อขายหุ้นกับผู้ค้าหุ้น เช่น อีเทรด (www.etrade.com) เป็นต้น - ซื้อขายสินค้าและข้อมูล ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถซื้อขายสินค้าและข้อมูลผ่านอินเตอร์เนตได้โดยสะดวก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(2)อีคอมเมิร์ซภายในองค์กรหรือแบบอินทราออร์ก (Intra-Org E-commerce) คือ การใช้อีคอมเมิร์ซในการช่วยให้บริษัทหรือองค์ใดองค์กรหนึ่งสามารถปรับปรุงการทำงานภายในและให้บริการลูกค้าได้ดีขึ้น ดังตัวอย่างต่อไปนี้ - การติดต่อสื่อสารภายในองค์กรจะสะดวกรวดเร็วจะได้ผลดีขึ้น โดยใช้ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ วีดีโอคอนเฟอเรนซ์ และป้ายประกาศ เป็นต้น - การจัดพิมพ์เอกสารทางอิเล็กทรอนิกส์ หรืออีพับลิซซิง (Electronic Publishing) ช่วยให้บริษัทสามารถออกแบบเอกสาร จัดพิมพ์เอกสาร และแจกจ่ายเอกสารได้สะดวกรวดเร็ว และใช้ค่าใช้จ่ายน้อย ไม่ว่าจะเป็นคู่มือข้อกำหนดสินค้า (Product Specifications) รายงานการประชุม เป็นต้น ทั้งนี้โดยผ่านเว็บ - การปรับปรุงประสิทธิภาพพนักงานขาย การใช้อีคอมเมิร์ซแบบนี้ช่วยปรับปรุงการสื่อสารระหว่างฝ่ายผลิตกับฝ่ายขาย และระหว่างฝ่ายขายกับลูกค้า ทำให้ได้ประสิทธิภาพดีขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(3)อีคอมเมิร์ซระหว่างองค์กรหรือแบบอินเตอร์ออร์ก (Inter-Org E-commerce) ซึ่งก็คือแบบเดียวกับแบบที่เรียกว่าบีทูบี (Business to Business) ทั้งนี้โดยมีตัวอย่างต่อไปนี้ - การจัดซื้อ ช่วยให้จัดซื้อได้ดีขึ้น ทั้งด้านราคา และระยะเวลาการส่งของ - การจัดการสินค้าคงคลัง - การจัดส่งสินค้า - การจัดการช่องทางขายสินค้า - การจัดการด้านการเงิน&lt;br /&gt;อีคอมเมิร์ซ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;6 ส่วน ถ้าจะแบ่งอีคอมเมิร์ซเป็น 6 ส่วนก็แบ่งได้ดังต่อไปนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(1)การขายปลีกทางอิเล็กทรอนิกส์หรืออีเทลลิ่ง (E-tailing= Electronic Retailing) หรือร้านค้าเสมือนจริง (Virtual Storefront) ยอดขายปลีกอิเล็กทรอนิกส์ในอเมริกาใน ค.ศ. 1999 มีมูลค่าเป็นหมื่นล้านบาท&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(2)การวิจัยตลาดทางอิเล็กทรอนิกส์หรือมาร์เก็ตอีรีเซิร์ช (Market E-research) คือการใช้อินเตอร์เนตในการวิจัยตลาดแบบเดียวกับที่สำนักวิจัยเอแบค-เคเอสซีอินเตอร์เนตทำอยู่ จากการใช้อินเตอร์เนตนี้ บริษัทห้างร้านสามารถเก็บข้อมูลเกี่ยวกับลูกค้าปัจจุบัน และผู้ที่อาจจะเป็นลูกค้าในอนาคต ทั้งจากการลงทะเบียนเข้าใช้เว็บ จากแบบสอบถามและจากการสั่งซื้อสินค้าของลูกค้า การวิจัยตลาด อินเตอร์เนตก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของอีคอมเมิร์ซ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(3)อินเตอร์เนตอีดีไอ หรือการส่งเอกสารตามมาตรฐานอีดีไอโดยใช้อินเตอร์เนต ซึ่งทำให้ค่าใช้จ่ายต่ำลงก็ถือว่าเป็นอีคอมเมิร์ซประเภทหนึ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(4)โทรสารและโทรศัพท์อินเตอร์เนต การใช้โทรสารและโทรศัพท์ทางไกลผ่านอินเตอร์เนตหรือ วีโอไอพี (VoIP= Voice over IP) นั้นมีราคาต่ำกว่าการใช้โทรสารและโทรศัพท์ธรรมดา และอาจจะใช้เป็นส่วนหนึ่งของอีคอมเมิร์ซ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(5) การซื้อขายระหว่างบริษัทกับบริษัท บริษัทต่างๆ จำนวนมากในปัจจุบันติดต่อซื้อขายสินค้ากันโดยผ่านเว็บในอินเตอร์เนต ซึ่งก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของอีคอมเมิร์ซ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(6) ระบบความปลอดภัยในอีคอมเมิร์ซ ถือว่าเป็นส่วนสำคัญของอีคอมเมิร์ซ ทั้งนี้ในปัจจุบันมีการใช้วิธีต่างๆ เช่น เอสเอสแอล (SSL= Secure Socket Layer) เซ็ต (SET = Secure Electronic Transaction) อาร์เอสเอ (RSA = Rivest, Shamir and Adleman) ดีอีเอส (DES= Data Encryptioon Standard) และดีอีเอสสามชั้น (Triple DES) เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Related info: &lt;a href="http://th.ambatch.com/"&gt;อีคอมเมิร์ซ &lt;/a&gt;, &lt;a href="http://th.ambatch.com/thaiadsense/"&gt;Thai Adsense&lt;/a&gt;, &lt;a href="http://th.ambatch.com/thaiebay/"&gt;Thai Ebay&lt;/a&gt;.&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3010676209529865573-3598993582885384892?l=th.ambatch.com%2Fblog.html'/&gt;&lt;/div&gt;</description><link>http://th.ambatch.com/2007/05/in-thailand.html</link><author>noreply@blogger.com (Kelvin Hui)</author></item></channel></rss>